Idler Mag Lifestyle มาทำความรู้จักกับท็อปเปอร์กัน อะไรคือท็อปเปอร์

มาทำความรู้จักกับท็อปเปอร์กัน อะไรคือท็อปเปอร์

ท็อปเปอร์

คุณเคยไหมรู้สึกเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตมาทั้งวัน? วันที่เหนื่อยล้าจากการทำงานนั่งหน้าคอม หรือการใช้แรงงานกล้ามเนื้อ ที่มากเกินไปส่งผลทำให้เกิดการปวดเมื่อยที่ตัวและหลัง อย่างเช่น อาการของ Office syndrome ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มวัยทำงานโดย เฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่จะต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือบุคคลที่จะต้องทำงานนั่งท่าเดิมๆซ้ำๆเป็นเวลานานๆส่งผลทำให้เกิด ผลกระทบกับโรคต่างๆ เช่น เป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบนัยน์ตาและการมองเห็น ระบบการย่อยอาหารและระบบอื่นๆ มากมายได้อีกด้วยแต่อาการออฟฟิศซินโดรมจะส่งผลต่อระบบกระดูก 

working

และกล้ามเนื้อมากที่สุด ซึ่งอาการที่จะพบได้บ่อยคือ ปวดตึงที่คอ และบ่า ถ้าเป็นมากๆ อาจมึนและปวดร้าวศีรษะหรือมีอาการชาลงมาที่แขนได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น เวลาทำงานนั่งผิดท่า ต้องนั่งก้มคอ เป็นเวลานานๆ เกร็งกล้ามเนื้อนานๆ รวมไปถึงการนั่งไปเรื่อยๆติดต่อกัน โดยไม่ได้มีเปลี่ยนท่า การยืดเส้นหรือลุกจากที่นั่งเพื่อผ่อนคลาย 

เพราะฉะนั้นหลังจากการกลับมาจากการทำงานถึงที่บ้านเราจึงควรได้รับ การพักผ่อนอย่างเต็มที่เอาสิ่งที่เราแบกเอาไว้ที่หลังความเหนื่อยล้าต่างๆ ความปวดตัวทั้งหมด ยกมันออกไป และได้รับที่นอนที่แสนจะนุ่ม สบายที่จะทำให้ไม่ปวดหลัง ปวดตัว ปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ ปวดกล้ามเนื้อไปมากกว่าเดิมท็อปเปอร์จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่พวกเราควรมีติดบ้านเอาไว้ 

ท็อปเปอร์ (Topper) หรือเรียกอีกชื่อนึงอย่างที่คุ้นเคยกัน นั่นก็คือ ที่นอนปิกนิกนั่นเองเป็นแผ่นที่เอาไว้ใช้เสริมเตียงนอนเพื่อให้มีความนุ่มสบายตัวเรามักจะพบบ่อยได้ในโรงแรมเพราะด้วยความนุ่มของมันจนใครๆก็ต้องหลงรักในความนุ่มของท็อปเปอร์โรงแรมจึงชอบนำมาเป็นที่นอนเสริมและโดยทั่วไปท็อปเปอร์จะมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 1-4 นิ้ว ส่วนวัสดุที่ใช้ทำนั้นจะแบ่งได้หลักๆ 5 อย่าง คือ 

1. Topper ที่ทำมาจากฟองน้ำ ซึ่งวัสดุชนิดนี้ก็จะมีหลากหลายมากมาย อาทิเช่น เศษโฟมที่เป็นท่อแอร์สีดำ เศษฟองน้ำอัดกาว หรือถ้าดีหน่อยก็จะเป็นฟองน้ำแผ่นๆที่มีระดับความหนาของมันอยู่ความนุ่มก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ตัวที่เป็นที่นิยมเลยในหมวดของ ท็อปเปอร์ฟองน้ำ ก็จะเป็น Memory Foam เพราะให้ความนุ่มและ ความหนืดแต่ก็ตามมาด้วยปัญหาที่ค่อนข้าง มีน้ำหนักพอสมควร ยากต่อการขนย้าย 

ท็อปเปอร์

2. Topper ที่ทำมาจากใยมะพร้าว เป็นตัวที่นิยมในสมัยแรกๆตอนต้นที่ยังไม่ค่อยมีใครได้รู้จักท็อปเปอร์ ซึ่งจะเป็นใยมะพร้าวแผ่นอัดแข็งและจะมีฟองน้ำบางๆอยู่ข้างบนหรือข้างล่างก็ได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแข็งๆหน่อยและมีน้ำหนักมาก ยากต่อการขนย้าย จึงเป็นได้แค่ที่นิยมในตอนช่วงแรกๆเท่านั้น 

3. Topper ที่ทำมาจากยางพาราและยางพาราสังเคราะห์ ซึ่งจะแบ่งเป็น2ชนิด คือ เศษยางอัดและยางพาราแผ่น ซึ่งวัสดุนี้ที่นำมา ใช้ก็จะอ่อนนุ่มกว่า2ตัวข้างบนเยอะมากๆและใช้ได้นานกว่าทนทานกว่า แต่ก็จะแลกมาด้วยกับราคาที่ค่อนข้างสูงกว่า ด้วยเช่นกัน แต่ก็ยังคงคอนเซปต์น้ำหนักเยอะเช่นเดิม 

4. Topper ที่ทำมาจากใยต่างๆ อาทิเช่น ใยขนห่านเทียม ซึ่งเป็นที่นิยมมากๆ เพราะใยขนห่านเทียมนี้จะมีความนุ่มความลื่น สบายตัว ฟูๆเหมือนอยู่บนปุยเมฆ เป็นวัสดุที่นุ่มที่สุด และมีน้ำหนักเบา ที่สุดจากทั้งหมดที่กล่าวมาแต่ก็จะตามมาด้วยราคาที่สูงพอตัวด้วยเช่นกัน 

5. Topper ที่ทำมาจากขนสัตว์ ขอยกตัวอย่างขนสัตว์ที่เป็นที่นิยมในการนำมาทำเป็นวัสดุ ก็คือ ขนเป็ด ซึ่งมีหลายราคาตั้งแต่หลักพันขึ้นจนไปถึงหลักหมื่น ความนุ่มก็จะไล่เลี่ยไปตามระดับ ประสิทธิภาพในความนุ่มนั้นนุ่มจริงแต่ก็จะมีระยะเวลาที่ใช้นั้นได้ไม่นานนัก อายุสั้น และอาจมีกลิ่นสาปสัตว์ขึ้นมาได้ ผู้ที่จะใช้วัสดุนี้จึงจำเป็นจะต้องพิถีพิถันในการเลือก เลือกให้ดีและต้องมีกำลังทรัพย์ที่มากกว่ากว่าการเลือก Topper ประเภทอื่นอีกเท่าตัว 

และนี่ก็คือวัสดุหลัก 5 อย่างใหญ่ๆที่นำมาใช้เป็นท็อปเปอร์ การเลือกวัสดุอยู่ที่ความพึงพอใจว่าต้องการแบบไหน ต้องไปลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง ความนุ่มแบบไหนที่ใช่ ที่ได้นอนแล้วจะชอบ แล้วจะทำให้คืนธรรมดาๆกลายเป็นคืนพิเศษด้วยท็อปเปอร์แผ่นรองเตียงที่แสนจะนุ่ม พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไม่ต้องมาปวดหลัง 

Related Post

กระเป๋าบาลองมือสอง

เปิด 5 กระเป๋าบาลอง รุ่นขายดี รุ่นดังตลอดกาลเปิด 5 กระเป๋าบาลอง รุ่นขายดี รุ่นดังตลอดกาล

Balenciaga หรือ บาเลนเซียกา หรือที่คนไทยชอบเรียกติดปากว่า บาลอง ซึ่งเป็นแบรนด์เนมแฟชั่นที่มาจากประเทศฝรั่งเศส ก่อตั้งในปี 1919 โดยนายกริสโตบัล บาเลน เซียกา ที่เป็นชาวสเปน โดยทางแบรนด์ที่เป็นแบรนด์ระดับ Hi-End โดยกระเป๋าของแบรนด์บาลองถือเป็นกระเป๋าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่ง 5 กระเป๋ารุ่นที่ขายดี ไม่ว่าจะกี่ปีก็เป็นกระเป๋ารุ่นที่ขายดีตลอดกาล  มาที่กระเป๋าบาลองรุ่นแรกอย่าง Classic mini city ที่นับว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยม หรือถ้านึกถึงแบรนด์บาลองก็ต้องนึกถึงกระเป๋ารุ่นนี้ โดยรุ่นนี้ทำมาจากหนัง Lambskin ที่มีความนุ่มและยืดหยุ่น มาพร้อมกับช่องใส่กระเป๋าใหญ่ 1

ของพรีเมี่ยม

ลงทุนของพรีเมี่ยมอย่างคุ้มค่า ได้ผลตอบแทนจริงลงทุนของพรีเมี่ยมอย่างคุ้มค่า ได้ผลตอบแทนจริง

ลงทุนกับของพรีเมี่ยมยังไง ให้คุ้มค่าและได้ผลตอบแทนจริง วางแผนเลือกของพรีเมี่ยมให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนจะลงทุนกับของพรีเมี่ยมคือการระบุว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา เช่น ลูกค้าประจำ พนักงาน หรือตัวแทนจำหน่าย การรู้จักกลุ่มเป้าหมายช่วยให้เลือกของที่ตอบโจทย์ความต้องการและรสนิยมได้อย่างแม่นยำ การเลือกของที่เหมาะสมจะสร้างความประทับใจและเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ถูกจดจำในระยะยาว โดยของพรีเมี่ยมควรมีฟังก์ชันหรือดีไซน์ที่ใช้งานได้จริงเพื่อไม่ให้ผู้รับรู้สึกว่าของชิ้นนั้นแค่ของแถมธรรมดา เคล็ดลับคัดเลือกสินค้าคุณภาพคุ้มราคา ของพรีเมี่ยมที่ดีต้องมีคุณภาพและเหมาะสมกับราคาที่จ่ายไป แต่การเลือกสินค้าโดยดูแค่ราคาถูกที่สุดอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เพราะอาจทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ลดลงได้ ลองพิจารณาเกณฑ์เหล่านี้ก่อนตัดสินใจซื้อ จับจังหวะเวลาและโอกาสในการแจกของ ช่วงเวลาการแจกของพรีเมี่ยมสำคัญไม่น้อย เพราะมีผลต่อความรู้สึกและการจดจำแบรนด์ การแจกในช่วงที่ธุรกิจมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือในเทศกาลสำคัญทางธุรกิจ จะช่วยกระตุ้นความสนใจได้มากขึ้น นอกจากนี้ การวางแผนแจกของในงานสัมมนาหรือกิจกรรมพบปะลูกค้า จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจและทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น การติดตามผลลัพธ์หลังการแจก การลงทุนกับของพรีเมี่ยมจะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีการวัดผลว่าของที่แจกไปช่วยสร้างความคุ้มค่าและส่งผลดีต่อภาพลักษณ์หรือยอดขายมากน้อยแค่ไหน ควรตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น เพิ่มจำนวนลูกค้ารายใหม่

ประกันรถยนต์ 2 พลัส ราคาถูก

ประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกว่าครึ่งแต่ได้มากกว่าประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกว่าครึ่งแต่ได้มากกว่า

หลายคนคงเคยได้รับคำแนะนำให้สมัครประกันรถยนต์ 2 ราคาถูกแทนประกันรถยนต์ชั้น 1 ด้วยราคาที่ถูกลงกว่าครึ่งและคำโฆษณาที่ได้รับว่าได้คุณภาพที่เทียบเคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้นั้น ทำให้ผู้ขับขี่บางคนอาจสงสัยหรือเกิดความเคลือบแคลงใจว่า ในเมื่อชำระค่าเบี้ยประกันถูกลงขนาดนี้แล้วจะได้รับวงเงินคุ้มครองที่คุ้มค่ากับการจ่ายหรือไม่ ในบทความนี้จะมาเปรียบเทียบวงเงินคุ้มครองในกรณีต่างๆ ของประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ราคาสูงกว่ากันค่ะ  กรณีแรกคือการรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกในเรื่องของชีวิตและอนามัย หากเป็นประกันชั้น 1 จะได้รับวงเงินคุ้มครองประมาณ 200,000 บาทต่อคนและไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้ง ในขณะที่ประกันรถยนต์ 2พลัสราคาถูกกว่า จะมีวงเงินที่น้อยกว่าอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทต่อคน แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้งเช่นเดียวกันกับประกันรถยนต์ชั้น 1   ส่วนในกรณีที่มีความเสียหายต่อบุคคลภายนอกในกรณีของทรัพย์สินนั้นจะมีความแตกต่างกัน ประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกว่าจะให้วงเงินที่ 250,000 บาท ในขณะที่ประกันชั้น 1 จะให้อยู่ที่ 500,000 บาท แต่ในเรื่องของความเสียหายส่วนแรกของทรัพย์สินจะไม่ต่างกัน  กรณีที่สูญเสียมือ เท้า หรือดวงตาสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงกรณีของการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกว่าแต่ให้วงเงินเท่ากันกับประกันรถยนต์ชั้น 1 คือ จ่ายค่ารักษาพยายาลและชดเชยการสูญเสียมือ เท้า หรือดวงตาที่ 100,000 บาทต่อคนทั้งสองกรณี เช่นเดียวกับกรณีของการประกันตัวผู้ขับขี่เมื่อเกิดคดีความ ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1 และประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกนั้นให้วงเงินชดเชยที่ 200,000 บาทต่อคน  ในกรณีอื่นๆ นอกจากนี้อาจขึ้นอยู่กับทุนประกันภัยและเงื่อนไขตามบริษัทที่ได้ทำประกันภัยไว้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า โดยส่วนใหญ่และวงเงินและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับของประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกนี้จะเทียบเคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้เลยทีเดียว