สาระน่ารู้เกี่ยวกับการตกแต่งภายใน

ตกแต่งภายใน

การตกแต่งภายใน นอกจากจะต้องให้ความสำคัญกับความสวยงามแล้ว จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของโครงสร้างและความปลอดภัยด้วย นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงความสวยงามและอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัย วันนี้เรามีสาระน่ารู้เกี่ยวกับการตกแต่งภายใน ไปดูกันว่าการตกแต่งภายใน จริงๆ แล้วหมายถึงอะไร รวมไปถึงขั้นตอนการการออกแบบสำหรับตกแต่งภายใน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

การตกแต่งภายในหรือ Interior Design หมายถึง การออกแบบสำหรับจัดและตกแต่งสภาพแวดล้อมภายใน เช่น ภายในบ้าน อาคาร หรือที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ ทำให้เกิดความสวยงามและความสะดวกสบาย เกิดประโยชน์ในด้านการใช้สอย เริ่มต้นด้วยการวางแบบผังเครื่องเรือน พิจารณารูปแบบเครื่องเรือน (Style) จากนั้นทำการเลือกสรรวัสดุสำหรับตกแต่ง กำหนดสีและแสง ไปจนถึงลือกสิ่งตกแต่งภายในเป็นลำดับสุดท้าย เช่น รูปภาพ หรือต้นไม้ เป็นต้น

ขั้นตอนการออกแบบสำหรับตกแต่งภายใน มีดังนี้

1.ขอข้อมูลและให้คำปรึกษา

ขั้นตอนแรกคือการขอข้อมูลและให้คำปรึกษาระหว่างนักออกแบบและลูกค้า ในเรื่องของการออกแบบโครงสร้าง อาจมีการพบปะพูดคุยกันก่อน 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจไปในทัศทางเดียวกัน พร้อมทั้งสรุปขั้นตอนการทำงาน

2.วางผังงานและนำเสนอแนวคิด

นักออกแบบจะวางผังพื้นที่สำหรับใช้สอยแบบคร่าวๆ ให้กับลูกค้า เรียกว่า Lay-Out-Plan เพื่อให้ลูกค้าได้มองเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น แต่เป็นเพียงแบบร่างคร่าวๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่นิยมออกแบบด้วย 3D เพื่อให้ดูสมจริงมากที่สุด

3.พัฒนาแบบร่างขั้นต้น

ขั้นตอนนี้นักออกแบบจะทำการเสนอแบบร่างโดยสรุปให้ลูกค้า ซึ่งในขั้นตอนนี้หากลูกค้าไม่เห็นชอบส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็สามารถขอปรับปรุงหรือแก้ไขแบบได้ อย่างไรก็ตาม การจ้างให้บริษัทภายนอกมาออกแบบและตกแต่งภายในให้ ส่วนใหญ่แล้วบริษัทรับตกแต่งภายในมักจะมีเงื่อนไขในการขอแก้แบบงาน เช่น กำหนดให้ลูกค้าสามารถขอแก้ไขแบบได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งลูกค้าจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับเงื่อนไขนี้ให้ดี เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้

4.กำหนดวัสดุตกแต่งภายในทั้งหมด

ในขั้นตอนนี้นักออกแบบจะกำหนดวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายในทั้งหมด เพื่อเสนอให้ลูกค้าพิจารณา อ้างอิงจากแบบร่างสุดท้ายที่ได้รับการอนุมัติจากลูกค้า เมื่อลูกค้าเห็นชอบกับวัสดุสำหรับการตกแต่งภายในทั้งหมดที่เสนอมาให้ นักออกแบบจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งขั้นตอนสุดท้ายคือการเขียนแบบโดยละเอียด

ทั้งหมดนี้ ก็คือสาระน่ารู้เกี่ยวกับการตกแต่งภายในและขั้นตอนการออกแบบสำหรับการตกแต่งภายใน เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าทั้งหมดนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกคนที่กำลังศึกษาค้นคว้าหรือให้ความสนใจในด้านนี้ ข้อแนะนำที่สำคัญ ในการตกแต่งภายในคือเลือกบริษัทที่รับออกแบบและตกแต่งภายในที่มีความน่าเชื่อถือ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้บริการด้วยความประทับใจ ใส่ใจทุกรายละเอียดในการทำงาน เพื่อให้สถานที่ที่คุณต้องการตกแต่งภายใน ออกมาสวย คุณภาพดี ได้มาตรฐานในแบบที่คุณต้องการ

Related Post

ประกันรถยนต์ 2 พลัส ราคาถูก

ประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกว่าครึ่งแต่ได้มากกว่าประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกว่าครึ่งแต่ได้มากกว่า

หลายคนคงเคยได้รับคำแนะนำให้สมัครประกันรถยนต์ 2 ราคาถูกแทนประกันรถยนต์ชั้น 1 ด้วยราคาที่ถูกลงกว่าครึ่งและคำโฆษณาที่ได้รับว่าได้คุณภาพที่เทียบเคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้นั้น ทำให้ผู้ขับขี่บางคนอาจสงสัยหรือเกิดความเคลือบแคลงใจว่า ในเมื่อชำระค่าเบี้ยประกันถูกลงขนาดนี้แล้วจะได้รับวงเงินคุ้มครองที่คุ้มค่ากับการจ่ายหรือไม่ ในบทความนี้จะมาเปรียบเทียบวงเงินคุ้มครองในกรณีต่างๆ ของประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ราคาสูงกว่ากันค่ะ  กรณีแรกคือการรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกในเรื่องของชีวิตและอนามัย หากเป็นประกันชั้น 1 จะได้รับวงเงินคุ้มครองประมาณ 200,000 บาทต่อคนและไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้ง ในขณะที่ประกันรถยนต์ 2พลัสราคาถูกกว่า จะมีวงเงินที่น้อยกว่าอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทต่อคน แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้งเช่นเดียวกันกับประกันรถยนต์ชั้น 1   ส่วนในกรณีที่มีความเสียหายต่อบุคคลภายนอกในกรณีของทรัพย์สินนั้นจะมีความแตกต่างกัน ประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกว่าจะให้วงเงินที่ 250,000 บาท ในขณะที่ประกันชั้น 1 จะให้อยู่ที่ 500,000 บาท แต่ในเรื่องของความเสียหายส่วนแรกของทรัพย์สินจะไม่ต่างกัน  กรณีที่สูญเสียมือ เท้า หรือดวงตาสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงกรณีของการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกกว่าแต่ให้วงเงินเท่ากันกับประกันรถยนต์ชั้น 1 คือ จ่ายค่ารักษาพยายาลและชดเชยการสูญเสียมือ เท้า หรือดวงตาที่ 100,000 บาทต่อคนทั้งสองกรณี เช่นเดียวกับกรณีของการประกันตัวผู้ขับขี่เมื่อเกิดคดีความ ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1 และประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกนั้นให้วงเงินชดเชยที่ 200,000 บาทต่อคน  ในกรณีอื่นๆ นอกจากนี้อาจขึ้นอยู่กับทุนประกันภัยและเงื่อนไขตามบริษัทที่ได้ทำประกันภัยไว้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า โดยส่วนใหญ่และวงเงินและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับของประกันรถยนต์ 2 พลัสราคาถูกนี้จะเทียบเคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้เลยทีเดียว 

ท็อปเปอร์

มาทำความรู้จักกับท็อปเปอร์กัน อะไรคือท็อปเปอร์มาทำความรู้จักกับท็อปเปอร์กัน อะไรคือท็อปเปอร์

คุณเคยไหมรู้สึกเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตมาทั้งวัน? วันที่เหนื่อยล้าจากการทำงานนั่งหน้าคอม หรือการใช้แรงงานกล้ามเนื้อ ที่มากเกินไปส่งผลทำให้เกิดการปวดเมื่อยที่ตัวและหลัง อย่างเช่น อาการของ Office syndrome ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มวัยทำงานโดย เฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่จะต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือบุคคลที่จะต้องทำงานนั่งท่าเดิมๆซ้ำๆเป็นเวลานานๆส่งผลทำให้เกิด ผลกระทบกับโรคต่างๆ เช่น เป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบนัยน์ตาและการมองเห็น ระบบการย่อยอาหารและระบบอื่นๆ มากมายได้อีกด้วยแต่อาการออฟฟิศซินโดรมจะส่งผลต่อระบบกระดูก  และกล้ามเนื้อมากที่สุด ซึ่งอาการที่จะพบได้บ่อยคือ ปวดตึงที่คอ และบ่า ถ้าเป็นมากๆ อาจมึนและปวดร้าวศีรษะหรือมีอาการชาลงมาที่แขนได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น เวลาทำงานนั่งผิดท่า ต้องนั่งก้มคอ เป็นเวลานานๆ เกร็งกล้ามเนื้อนานๆ รวมไปถึงการนั่งไปเรื่อยๆติดต่อกัน โดยไม่ได้มีเปลี่ยนท่า การยืดเส้นหรือลุกจากที่นั่งเพื่อผ่อนคลาย  เพราะฉะนั้นหลังจากการกลับมาจากการทำงานถึงที่บ้านเราจึงควรได้รับ การพักผ่อนอย่างเต็มที่เอาสิ่งที่เราแบกเอาไว้ที่หลังความเหนื่อยล้าต่างๆ ความปวดตัวทั้งหมด ยกมันออกไป และได้รับที่นอนที่แสนจะนุ่ม สบายที่จะทำให้ไม่ปวดหลัง ปวดตัว ปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ ปวดกล้ามเนื้อไปมากกว่าเดิมท็อปเปอร์จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่พวกเราควรมีติดบ้านเอาไว้  ท็อปเปอร์ (Topper) หรือเรียกอีกชื่อนึงอย่างที่คุ้นเคยกัน นั่นก็คือ ที่นอนปิกนิกนั่นเองเป็นแผ่นที่เอาไว้ใช้เสริมเตียงนอนเพื่อให้มีความนุ่มสบายตัวเรามักจะพบบ่อยได้ในโรงแรมเพราะด้วยความนุ่มของมันจนใครๆก็ต้องหลงรักในความนุ่มของท็อปเปอร์โรงแรมจึงชอบนำมาเป็นที่นอนเสริมและโดยทั่วไปท็อปเปอร์จะมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 1-4 นิ้ว ส่วนวัสดุที่ใช้ทำนั้นจะแบ่งได้หลักๆ 5 อย่าง คือ  1. Topper ที่ทำมาจากฟองน้ำ ซึ่งวัสดุชนิดนี้ก็จะมีหลากหลายมากมาย อาทิเช่น เศษโฟมที่เป็นท่อแอร์สีดำ เศษฟองน้ำอัดกาว หรือถ้าดีหน่อยก็จะเป็นฟองน้ำแผ่นๆที่มีระดับความหนาของมันอยู่ความนุ่มก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ตัวที่เป็นที่นิยมเลยในหมวดของ ท็อปเปอร์ฟองน้ำ ก็จะเป็น Memory Foam เพราะให้ความนุ่มและ ความหนืดแต่ก็ตามมาด้วยปัญหาที่ค่อนข้าง มีน้ำหนักพอสมควร ยากต่อการขนย้าย  2. Topper ที่ทำมาจากใยมะพร้าว เป็นตัวที่นิยมในสมัยแรกๆตอนต้นที่ยังไม่ค่อยมีใครได้รู้จักท็อปเปอร์ ซึ่งจะเป็นใยมะพร้าวแผ่นอัดแข็งและจะมีฟองน้ำบางๆอยู่ข้างบนหรือข้างล่างก็ได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแข็งๆหน่อยและมีน้ำหนักมาก ยากต่อการขนย้าย จึงเป็นได้แค่ที่นิยมในตอนช่วงแรกๆเท่านั้น  3. Topper ที่ทำมาจากยางพาราและยางพาราสังเคราะห์ ซึ่งจะแบ่งเป็น2ชนิด คือ เศษยางอัดและยางพาราแผ่น ซึ่งวัสดุนี้ที่นำมา ใช้ก็จะอ่อนนุ่มกว่า2ตัวข้างบนเยอะมากๆและใช้ได้นานกว่าทนทานกว่า แต่ก็จะแลกมาด้วยกับราคาที่ค่อนข้างสูงกว่า ด้วยเช่นกัน แต่ก็ยังคงคอนเซปต์น้ำหนักเยอะเช่นเดิม  4. Topper ที่ทำมาจากใยต่างๆ อาทิเช่น ใยขนห่านเทียม ซึ่งเป็นที่นิยมมากๆ เพราะใยขนห่านเทียมนี้จะมีความนุ่มความลื่น สบายตัว ฟูๆเหมือนอยู่บนปุยเมฆ เป็นวัสดุที่นุ่มที่สุด และมีน้ำหนักเบา ที่สุดจากทั้งหมดที่กล่าวมาแต่ก็จะตามมาด้วยราคาที่สูงพอตัวด้วยเช่นกัน  5. Topper ที่ทำมาจากขนสัตว์ ขอยกตัวอย่างขนสัตว์ที่เป็นที่นิยมในการนำมาทำเป็นวัสดุ ก็คือ ขนเป็ด ซึ่งมีหลายราคาตั้งแต่หลักพันขึ้นจนไปถึงหลักหมื่น ความนุ่มก็จะไล่เลี่ยไปตามระดับ ประสิทธิภาพในความนุ่มนั้นนุ่มจริงแต่ก็จะมีระยะเวลาที่ใช้นั้นได้ไม่นานนัก อายุสั้น และอาจมีกลิ่นสาปสัตว์ขึ้นมาได้ ผู้ที่จะใช้วัสดุนี้จึงจำเป็นจะต้องพิถีพิถันในการเลือก เลือกให้ดีและต้องมีกำลังทรัพย์ที่มากกว่ากว่าการเลือก Topper ประเภทอื่นอีกเท่าตัว  และนี่ก็คือวัสดุหลัก 5 อย่างใหญ่ๆที่นำมาใช้เป็นท็อปเปอร์ การเลือกวัสดุอยู่ที่ความพึงพอใจว่าต้องการแบบไหน ต้องไปลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง ความนุ่มแบบไหนที่ใช่ ที่ได้นอนแล้วจะชอบ แล้วจะทำให้คืนธรรมดาๆกลายเป็นคืนพิเศษด้วยท็อปเปอร์แผ่นรองเตียงที่แสนจะนุ่ม พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไม่ต้องมาปวดหลัง 

รับส่ง SMS

เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ เลือกใช้บริการรับส่ง smsเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ เลือกใช้บริการรับส่ง sms

SMS เครื่องมือทางการตลาด ที่เน้นในเรื่องของการสื่อสารเป็นหลัก เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดขายที่ดี และสร้างการรับรู้แบรนด์ที่ดีด้วย (Brand awareness) จริงๆ แล้วมันคือการทำให้ลูกค้าเกิดการจดจำแบรนด์ จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ นั่นเอง  ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการส่ง SMS มากมายหลายแห่ง โดยในแต่ละแห่งก็มีบริการที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเอื้อให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ การส่ง SMS ในเชิงธุรกิจนั้น ไม่ใช่การส่งข้อความจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง เนื่องจากบางธุรกิจมีนำนวนลูกค้าหลายล้านคน บางธุรกิจมีลูกค้ากระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ดังนั้น จึงมีการพัฒนาระบบส่ง SMS ผ่านเว็บ หรือที่เรียกว่า Bulk sms นั่นเอง